มีประโยคหนึ่งที่ป๊าชอบมาก คือ
“เลือกทำสิ่งที่ยาก ชีวิตจะง่ายขึ้น
เลือกทำสิ่งที่ง่าย ชีวิตจะยากขึ้น”
ตอนแรกฟังดูเหมือนเป็นคำพูดสวยๆ แต่พอใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นว่ามันจริงมาก
การตื่นเช้าไปออกกำลังกาย… ยาก
การควบคุมอาหาร… ยาก
การเก็บเงินแทนที่จะซื้อของที่อยากได้… ยาก
การนั่งเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ หลังจากทำงานมาทั้งวัน… ยาก
การยอมรับว่าตัวเองทำผิด แล้วกลับมาแก้ไข… ยิ่งยาก
แต่ความยากพวกนี้ ส่วนใหญ่เป็น **“ความยากที่เราเลือกเอง”**
และแปลกดีว่า ถ้าเรายอมเลือกความยากเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ ชีวิตในวันข้างหน้ามักจะง่ายขึ้น
ออกกำลังกายวันนี้ยาก แต่การมีสุขภาพดีในอนาคตทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
ประหยัดและลงทุนวันนี้ยาก แต่การมีเงินสำรอง มีอิสระทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
เรียนรู้ทักษะใหม่วันนี้ยาก แต่วันที่โลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน เราจะปรับตัวได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยเตรียมตัว
ในทางกลับกัน หลายสิ่งที่ “ง่าย” ในวันนี้ มักส่งใบเรียกเก็บเงินมาให้เราทีหลัง
ไม่ออกกำลังกาย…ง่าย
กินอะไรก็ได้…ง่าย
ใช้เงินตามใจ…ง่าย
ผัดวันประกันพรุ่ง…ง่าย
หลีกเลี่ยงปัญหา…ง่าย
ตอนทำมันแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
แต่ปัญหาคือ ความง่ายพวกนี้มันสะสมได้
สะสมเป็นสุขภาพที่แย่ลง
สะสมเป็นหนี้
สะสมเป็นงานที่ค้าง
สะสมเป็นโอกาสที่หายไป
สะสมเป็นปัญหาใหญ่ที่วันหนึ่งเราหนีไม่พ้น
สุดท้ายแล้ว ชีวิตไม่ได้มีทางเลือกแบบ
**“ยาก” กับ “ไม่ยาก”**
หลายครั้งเรากำลังเลือกแค่ว่า
**จะยากตอนนี้…หรือยากทีหลัง**
จะเหนื่อยจากการออกกำลังกายวันนี้
หรือเหนื่อยจากสุขภาพที่ไม่ดีในอนาคต
จะเหนื่อยกับการสร้างธุรกิจ
หรือเหนื่อยกับการไม่มีทางเลือกเรื่องรายได้
จะเหนื่อยกับการฝึกวินัย
หรือเหนื่อยกับการตามแก้ปัญหาที่เกิดจากการไม่มีวินัย
ป๊าคิดว่า เวลาต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง เราไม่ควรถามตัวเองว่า
**“ทางไหนง่ายที่สุด?”**
แต่อาจลองเปลี่ยนคำถามเป็น
**“ความยากแบบไหน ที่คุ้มค่าที่จะเลือก?”**
เพราะชีวิตที่ดี ไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงความยากทั้งหมด
แต่มันเกิดจากการที่เรา **เลือกความยากให้ถูกเรื่อง**
ยอมเหนื่อยกับสิ่งที่ทำให้เราแข็งแรงขึ้น
ยอมลำบากกับสิ่งที่ทำให้เราเก่งขึ้น
ยอมอดทนกับสิ่งที่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต
**เลือกทำสิ่งที่ยากในวันนี้
เพื่อให้ชีวิตในวันข้างหน้า…ง่ายขึ้น**